ร้อยเอ็ด

0 Comments
จังหวัดร้อยเอ็ด

ประวัติศาสตร์ จังหวัด ร้อยเอ็ด เคยเป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรืองมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ มีชื่อปรากฏในตำนานอุรังคธาตุว่าสาเกตนครหรือเมืองร้อยเอ็ดประตูเพราะเป็นเมืองที่มีเรื่องราวความเจริญรุ่งเรืองด้วยจำนวนเมือง ชื่อเมือง. “ ประตูเมืองร้อยเอ็ด” น่าจะเป็นชื่อที่เปรียบเสมือนพระพรและแสดงถึงความยิ่งใหญ่ของเมืองมากกว่าการที่เมืองนี้มีประตูเมืองจริงถึงประตูเมืองร้อยเอ็ด

ซึ่งตั้งชื่อเพื่อแสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองผ่านการมีประตูเมืองหลายแห่งน่าจะได้รับอิทธิพลหรือจำลองแบบมาจากเมืองหรืออาณาจักรที่เคยรุ่งเรืองในสมัยโบราณทวารวดีซึ่งหมายถึงเมืองที่มีประตูรอบกำแพง

หรืออย่างหงสาวดีมีประตูล้อมรอบกำแพงเมืองยี่สิบประตูแต่ละประตูตั้งชื่อตามเมืองของตัวเองเช่นเชียงใหม่อโยธยาจังหวัดนครราชสีมาเป็นต้นนอกจากนี้ชื่อของเมืองที่ดูโอ่อ่าเกินไปสำหรับความเจริญก็ถือว่า การตั้งชื่อเมืองหรืออาณาจักรในสมัยโบราณ

สำหรับข้อสันนิษฐานว่าเมืองร้อยเอ็ดน่าจะมีเพียงสิบเอ็ดอำเภอเนื่องจากจำนวนการเขียนในภาษาลาวโบราณเลขสิบเอ็ดประกอบด้วยเลขสิบและเลขหนึ่ง (10 + 1 = 101) ทำให้อ่านคำผิด ร้อยเอ็ด. ดูเหมือนจะเป็นสมมติฐานที่ผิด

เพราะจากการตรวจสอบข้อความธรรมในต้นฉบับใบลานเรื่องอุรังคธาตุไม่พบจุดที่เขียนชื่อเมืองร้อยเอ็ดเป็นตัวเลข แทนที่จะเขียนถึงร้อยเอ็ดเป็นตัวอักษรทุกจุด (รวม 59 คะแนน) และไม่มีข้อความอธิบายชื่ออำเภอทั้ง 11 อำเภอ (อ่านเพิ่มเติมที่ร้อยเอ็ดคือร้อยเอ็ดไม่ใช่สิบเอ็ดหรือ 10 + 1 โดยสุวรรณ (ลีขจร)

นอกเหนือจากการตั้งชื่อคนหรือเมืองตามปกติแล้วจะต้องมีการออกเสียงก่อนที่จะเขียนเป็นตัวอักษรหรือตัวเลข ซึ่งหาก แต่เดิมเรียกชื่อเมืองว่าประตูสิบเอ็ดดังนั้นชื่อจึงจารึกเป็นตัวเลขเช่น 101 คำว่าสิบเอ็ดไม่น่าจะฟังผิดเพี้ยนจนกลายมาเป็นคำว่าร้อยเอ็ดในปัจจุบัน ดังนั้นชื่อเมืองร้อยเอ็ดหรือประตูเมืองร้อยเอ็ดจึงน่าจะเป็นชื่อเมืองที่มีมาตั้งแต่ต้นดังปรากฏหลักฐานสำคัญคือตำนานอุรังคธาตุฉบับกรมศิลป์

จังหวัด ร้อยเอ็ด

History used to be a thriving city from prehistoric times. The name appears in the Urangkhathat legend that Sake Nakhon or Mueang Roi Et Pratu Because it is a city with a prosperous story

Which is named to denote prosperity through the presence of many city gates Should have been influenced or modeled from a city or empire that had flourished in ancient times, Dvaravati, which means a city with a door around the wall. Or like Hongsawadee

As for the assumption that Roi Et city should have only eleven districts Due to the number of writing in the ancient Lao language The number eleven consists of the number ten and the number one (10 + 1 = 101) causing a false reading of the word Roi Et. Seems to be the wrong hypothesis

Because from examining the Dharma text in the Bai Lan manuscript about Urangkathat, there is no point where the name of Roi Et City is written in numbers. Instead, it was written

Along with the usual naming of the people or the city It has to be pronounced before it is written in letters or numbers. Which if the name of the city was originally called the eleven gates Therefore, the name is inscribed in numbers like 101.

ติดตามข้อมูลได้ที่ : http://bdxx315.net/

ขอบคุณสาระเพิ่มเติมจาก : google UFABET

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *