จังหวัดลำพูน

0 Comments

จังหวัดลำพูน จังหวัดที่เล็กที่สุดในภาคเหนือ นับเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน เคยเป็นที่ตั้งของเมืองหริภุญไชยในสมัยพระนางจามเทวีเดิมชื่อเมืองหริภุญไชยเป็นเมืองโบราณอายุประมาณ 1,343 ปีตามพงศาวดารโยนกเล่าต่อ ๆ

กันมาเกี่ยวกับการสร้างเมืองหริภุญไชย ฤาษีวสุเทพที่เกณฑ์พวกเมงซอนหรือชนชาติมอญมาสร้างเมืองในพื้นที่ระหว่างแม่น้ำ 2 สายคือแม่น้ำกวงและแม่น้ำปิง

เมื่อเสร็จแล้วจึงส่งทูตไปเชิญพระธิดาของกษัตริย์เมืองละโว้ชื่อ “จามเทวี” ขึ้นเป็นปฐมกษัตริย์ปกครองหริภุญไชยสืบต่อจากกษัตริย์หลายพระองค์ จนถึงสมัยพญายีบาได้สูญเสียการปกครองของพญามังรายที่รวบรวมดินแดนทางเหนือเป็นอาณาจักรล้านนา

แม้ว่าเมืองลำพูนจะตกอยู่ภายใต้การปกครองของอาณาจักรล้านนา แต่ก็เป็นผู้ที่ส่งต่อมรดกทางศิลปวัฒนธรรมให้กับผู้ที่รับช่วงต่อไป ตามที่ปรากฏโดยทั่วไปในเวียงกุมกามเชียงใหม่และเชียงรายเมืองลำพูนยังคงมีความสำคัญในด้านศิลปวัฒนธรรมของอาณาจักรล้านนา จนถึงสมัยพระเจ้าตากสินมหาราชเมืองลำพูนจึงได้เข้ามาในราชอาณาจักรไทย กับผู้ปกครองเรื่อยมาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ต่อมาภายหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475

เมื่อเจ้าเมืองคนสุดท้ายคือพลตรีจักรคำขจรศักดิ์ตายเมืองลำพูนจึงเปลี่ยนเป็นจังหวัดมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นเจ้าเมืองสืบมาจนถึงปัจจุบัน นอกจากลำพูนจะมีชื่อเสียงในฐานะเมืองประวัติศาสตร์แล้ว ยังเป็นการปลูกลำไยเครื่องรางโบราณที่สำคัญอีกด้วย และผ้าทอชั้นดีปัจจุบันมีประตูเมืองหลักทั้งสี่ทิศคือประตูช้างสีเหนือทิศตะวันออกประตูท่าข้ามประตูลี้ทิศตะวันตกมีกำแพงเมืองเก่าทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือคือประตูท่านาง

จังหวัดลำพูน

Lamphun is the smallest province in the North. It is another province with a long history. It used to be the location of Hariphunchai in the reign of Phra Nang Chamadevi, formerly known as the city of Hariphunchai, is an ancient city of about 1,343 years according to

the Yonok Chronicles. Vasudep hermit who recruited the Mansons or Mon peoples to build a city in the area between the two rivers, the Kuang River and the Ping River.

When finished, he sent envoys to invite the daughter of the King of Lawo called “Chamadevi” to become the first king to rule Hariphunchai, successor to many kings. Up until the time of Phaya Yiba, it lost the rule of Mangrai who gathered the northern territory into Lanna Kingdom.

Although Lamphun City will fall under the rule of the Lanna Kingdom. But it is the one who passes on the cultural heritage to those who inherit it As it is commonly seen in Wiang Kum Kam, Chiang Mai and Chiang Rai, Lamphun is still important in the arts and culture of the Lanna Kingdom. Until the time of King Taksin the Great, Lamphun has entered the Kingdom of Thailand. With parents until the Rattanakosin period, later after the change of government in 1932.

When the last ruler, Major General Chakkamkhachonsak, died, Lamphun was transformed into a province with the provincial governor as the governor dating to the present.

ติดตามสาระ ประวัติ ศาสตร์ชาติไทยต่อได้ที่นี่  >>>> คลิ๊ก <<<<

ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก Google

ใส่ความเห็น